Saturday, 19 September 2026

การนำเสนอ BLOG

                                                                     การนำเสนอ BLOG 

                                             นางสาวฐิติชญา กำลังรัมย์ รหัสนักศึกษา 67121860121


ลิงค์ youtube การนำเสนอ

https://youtu.be/E5UuZ4dVJ4A?si=wa3SoJ-_ahG7ZPD0



การประเมิน BLOG

                                      สรุปรายงานการประเมินแฟ้มสะสมผลงานอิเล็กทรอนิกส์ BLOG

                                                                     ของ 121 ฐิติชญา กำลังรัมย์ 

                                                             ผลการประเมิน BLOG จากผู้เยี่ยมชม

https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfEMVWTbjXvNjzpEbrSK2PL8nualGTLVpbklbWtIvAc4c5Hdg/viewform













































หน้าแรก

 หน้าแรก

             Blog นี้จัดทำขึ้นเพื่อรวบรวมความรู้ ผลงาน และประสบการณ์จากการเรียนรู้ในรายวิชาต่าง ๆ รวมถึงกิจกรรมและงานที่ได้ลงมือปฏิบัติจริง โดยมุ่งเน้นการนำความรู้ที่ได้รับมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ และพัฒนาทักษะของตนเองอย่างต่อเนื่อง
          ภายใน Blog จะนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับการเรียน การทำกิจกรรม ผลงานที่ได้รับมอบหมาย ตลอดจนสิ่งที่ได้เรียนรู้และข้อคิดจากประสบการณ์ต่าง ๆ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการและความก้าวหน้าของตนเองตลอดการเรียนรู้
                                         

                                                                                                                                ผู้บันทึก
                                                                                                               นางสาวฐิติชญา กำลังรัมย์

การบันทึกสะท้อนคิดงานกลุ่ม 3+3

 


สิ่งที่ได้เรียนรู้จากงานเพื่อน กลุ่มที่ 1

การสังเกตและบันทึกพฤติกรรม (Observation & Anecdotal Records)

จากการศึกษางานของเพื่อนกลุ่มที่ 1 เรื่องการสังเกตและบันทึกพฤติกรรม ทำให้ข้าพเจ้าเข้าใจว่าการสังเกตเป็นวิธีสำคัญที่ช่วยให้ครูรู้จักเด็กมากขึ้น โดยเฉพาะการสังเกตจากพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน เช่น ขณะเด็กเล่น ทำกิจกรรม หรือพูดคุยกับเพื่อน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถสะท้อนถึงความสามารถ ความสนใจ และพัฒนาการของเด็กแต่ละคนได้

สิ่งที่ได้เรียนรู้เพิ่มเติม คือ การบันทึกพฤติกรรมควรเขียนตามสิ่งที่พบเห็นจริง โดยระบุเหตุการณ์และคำพูดของเด็กให้ชัดเจน และควรหลีกเลี่ยงการใส่ความคิดเห็นหรือการตัดสินเด็กลงไปในบันทึก เพราะข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงจะช่วยให้ครูสามารถนำไปวิเคราะห์และติดตามพัฒนาการของเด็กได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังทำให้เห็นว่าการสังเกตเด็กเป็นรายบุคคลมีความสำคัญ เนื่องจากเด็กแต่ละคนมีความสามารถและพฤติกรรมที่แตกต่างกัน

ความรู้ที่ได้รับจากงานของเพื่อนสามารถนำไปใช้ในการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูได้ เพราะจะช่วยให้ข้าพเจ้าสามารถสังเกตและเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเด็กได้อย่างเป็นระบบ รวมถึงนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ประกอบการวางแผนจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับความต้องการและพัฒนาการของเด็กแต่ละคนค่ะ

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ สามารถนำทักษะการสังเกตและการบันทึกพฤติกรรมไปใช้ในการทำงานกับเด็กปฐมวัย โดยสามารถเก็บข้อมูลจากสถานการณ์จริงและนำข้อมูลมาใช้ติดตามพัฒนาการของเด็กได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังช่วยฝึกความละเอียดรอบคอบและการมองเด็กเป็นรายบุคคล ซึ่งเป็นทักษะสำคัญสำหรับการประกอบวิชาชีพครูปฐมวัยค่ะ



สิ่งที่ได้เรียนรู้จากงานเพื่อน กลุ่มที่ 2

การสนทนา การสัมภาษณ์ และการบันทึกคำพูดเด็ก (Dialogue, Interviewing & Dictation)

จากการศึกษางานของเพื่อนกลุ่มที่ 2 เรื่องการสนทนา การสัมภาษณ์ และการบันทึกคำพูดเด็ก ทำให้ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ว่าการพูดคุยกับเด็กเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ครูเข้าใจความคิด ความรู้สึก และความสนใจของเด็กได้โดยตรง เพราะเด็กสามารถถ่ายทอดเรื่องราวผ่านคำพูดของตนเองได้ การสนทนาที่ดีจึงควรเปิดโอกาสให้เด็กได้พูดและแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ โดยครูทำหน้าที่เป็นผู้รับฟังและคอยสนับสนุนให้เด็กกล้าแสดงออก

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากงานของเพื่อน คือ การสัมภาษณ์เด็กควรใช้คำถามที่สั้น ชัดเจน และเหมาะสมกับวัย ไม่ควรถามคำถามที่ซับซ้อนหรือทำให้เด็กรู้สึกกดดัน ครูควรใช้ท่าทีที่เป็นมิตรและสร้างบรรยากาศที่เด็กเกิดความรู้สึกปลอดภัย เพราะเมื่อเด็กมีความมั่นใจ เด็กจะสามารถพูดหรือเล่าเรื่องราวที่ตนเองสนใจได้มากขึ้น ส่วนการบันทึกคำพูดของเด็กควรบันทึกตามคำพูดที่เด็กสื่อสารออกมา เพื่อให้ครูสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการติดตามพัฒนาการด้านภาษาและการสื่อสารได้อย่างเหมาะสมนอกจากนี้ยังได้เห็นว่าการสนทนาและการสัมภาษณ์

สามารถนำไปใช้ ร่วมกับวิธีการประเมินรูปแบบอื่นได้ เช่น การสังเกตพฤติกรรมหรือการเก็บผลงานของเด็ก เพราะข้อมูลจากคำพูดจะช่วยให้ครูเข้าใจสิ่งที่อยู่เบื้องหลังพฤติกรรมของเด็กได้มากขึ้น และทำให้ครูเห็นถึงความคิดหรือเหตุผลของเด็กในมุมมองของเด็กเอง อีกทั้งยังช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครูกับเด็ก ทำให้เด็กเกิดความไว้วางใจและพร้อมที่จะเรียนรู้ร่วมกับครู

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ สามารถนำความรู้เกี่ยวกับการสนทนาและการสัมภาษณ์ไปใช้ในการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ โดยสามารถเลือกใช้คำถามที่เหมาะสมกับวัยของเด็ก รู้จักรับฟังและให้เด็กมีโอกาสแสดงความคิดเห็น รวมถึงสามารถบันทึกคำพูดของเด็กเพื่อนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการประเมินพัฒนาการด้านภาษา ความคิด อารมณ์ และสังคมได้อย่างเหมาะสมค่ะ


สิ่งที่ได้เรียนรู้จากงานเพื่อน กลุ่มที่ 3

การประเมินด้วยเกณฑ์และเครื่องมือมาตรฐาน (Checklists & Developmental Screening)

จากการศึกษางานของเพื่อนกลุ่มที่ 3 เรื่องการประเมินด้วยเกณฑ์และเครื่องมือมาตรฐาน ทำให้ข้าพเจ้าได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการใช้เครื่องมือเพื่อเก็บข้อมูลและติดตามพัฒนาการของเด็กปฐมวัยอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะแบบตรวจสอบรายการหรือ Checklist ที่ช่วยให้ครูสามารถตรวจสอบพฤติกรรมและความสามารถของเด็กในด้านต่าง ๆ ตามรายการที่กำหนดไว้ ทำให้การเก็บข้อมูลมีความชัดเจนและสามารถติดตามพัฒนาการของเด็กได้ง่ายขึ้น

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากงานของเพื่อน คือ แบบตรวจสอบรายการสามารถใช้กับพฤติกรรมหลายด้าน เช่น การช่วยเหลือตนเอง การใช้ภาษา การเคลื่อนไหว การทำกิจกรรม และการเล่นร่วมกับผู้อื่น ส่วนการคัดกรองพัฒนาการเป็นกระบวนการที่ช่วยตรวจสอบเบื้องต้นว่าพัฒนาการของเด็กเป็นไปตามช่วงวัยหรือไม่ หากพบด้านที่ควรได้รับการส่งเสริมเพิ่มเติม ครูสามารถนำข้อมูลไปวางแผนจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับเด็กได้ ทำให้เข้าใจว่าการเลือกใช้เครื่องมือควรคำนึงถึงอายุและความเหมาะสมกับเด็กแต่ละคนนอกจากนี้ยังได้เรียนรู้ว่าครูไม่ควรนำผลจากการประเมินเพียงครั้งเดียวมาใช้สรุปความสามารถของเด็ก เพราะเด็กอาจมีความพร้อมและแสดงพฤติกรรมแตกต่างกันไปตามสถานการณ์ ดังนั้นจึงควรมีการติดตามและเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เห็นพัฒนาการที่แท้จริงของเด็กมากขึ้น และควรนำข้อมูลจากหลายวิธีมาประกอบกันเพื่อให้การประเมินมีความรอบด้าน รวมถึงสามารถนำผลที่ได้ไปใช้เป็นแนวทางในการพูดคุยกับผู้ปกครองเกี่ยวกับการส่งเสริมเด็กได้

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ สามารถนำความรู้เรื่องการใช้เกณฑ์และเครื่องมือประเมินไปใช้ในการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู โดยสามารถเลือกใช้แบบตรวจสอบรายการและเครื่องมือคัดกรองได้เหมาะสมกับเด็ก ฝึกการเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ และนำผลที่ได้ไปวางแผนจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมพัฒนาการของเด็กแต่ละคน รวมถึงสามารถติดตามความก้าวหน้าของเด็กได้อย่างต่อเนื่องค่ะ


สิ่งที่ได้เรียนรู้จากงานเพื่อน กลุ่มที่ 4

การจัดทำสารนิทัศน์และแฟ้มผลงาน (Documentation & Portfolio)

จากการศึกษางานของเพื่อนกลุ่มที่ 4 เรื่องการจัดทำสารนิทัศน์และแฟ้มผลงาน ทำให้ข้าพเจ้าได้เข้าใจถึงวิธีการเก็บรวบรวมหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงการเรียนรู้และพัฒนาการของเด็ก โดยสารนิทัศน์สามารถประกอบด้วยภาพถ่าย ผลงาน คำพูดของเด็ก หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการทำกิจกรรม ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ครูเห็นกระบวนการเรียนรู้ของเด็กได้อย่างชัดเจน ไม่ได้มองเฉพาะผลลัพธ์ของงานที่เด็กทำเสร็จแล้วเท่านั้น

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากงานของเพื่อน คือ การจัดทำแฟ้มผลงานควรมีการคัดเลือกผลงานที่แสดงถึงความสามารถและพัฒนาการของเด็กในหลายด้าน ไม่ควรเลือกเฉพาะผลงานที่สวยหรือสมบูรณ์ที่สุดเพียงอย่างเดียว เพราะผลงานแต่ละชิ้นสามารถแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของเด็กในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน การจัดเรียงผลงานตามลำดับเวลาจึงช่วยให้ครูมองเห็นการเปลี่ยนแปลงของเด็กได้ง่ายขึ้น และสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ประกอบการประเมินพัฒนาการได้นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้ว่าการจัดทำสารนิทัศน์สามารถส่งเสริมให้เด็กมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ของตนเอง โดยครูอาจให้เด็กเลือกผลงานที่ตนเองชอบหรือเล่าเกี่ยวกับสิ่งที่ตนเองได้ทำ ซึ่งช่วยให้เด็กได้ทบทวนประสบการณ์ของตนเองและเกิดความภาคภูมิใจในผลงาน นอกจากนี้ข้อมูลในแฟ้มผลงานยังสามารถนำไปใช้สื่อสารกับผู้ปกครอง ทำให้ผู้ปกครองเห็นพัฒนาการและความก้าวหน้าของเด็กจากผลงานและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ สามารถนำความรู้เกี่ยวกับสารนิทัศน์และแฟ้มผลงานไปใช้ในการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู โดยสามารถรวบรวมผลงานและหลักฐานการเรียนรู้ของเด็กได้อย่างเป็นระบบ สามารถนำข้อมูลมาใช้ติดตามพัฒนาการและวางแผนจัดกิจกรรมให้เหมาะกับเด็กแต่ละคน รวมถึงใช้เป็นข้อมูลในการสื่อสารกับผู้ปกครองและส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กอย่างต่อเนื่องค่ะ


สิ่งที่ได้เรียนรู้จากงานเพื่อน กลุ่มที่ 5

การประเมินจากผลงานและการปฏิบัติ (Work Samples & Performance Assessment)

จากการศึกษางานของเพื่อนกลุ่มที่ 5 เรื่องการประเมินจากผลงานและการปฏิบัติ ทำให้ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ว่าการประเมินเด็กปฐมวัยสามารถทำได้จากผลงานและพฤติกรรมที่เด็กแสดงออกระหว่างการทำกิจกรรมจริง ไม่จำเป็นต้องประเมินจากแบบทดสอบเพียงอย่างเดียว เพราะเด็กในวัยนี้เรียนรู้ผ่านการลงมือทำ การเล่น และการทดลอง ดังนั้นผลงานที่เด็กสร้างขึ้นจึงสามารถสะท้อนความสามารถและกระบวนการเรียนรู้ของเด็กได้หลายด้าน

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากงานของเพื่อน คือ ครูควรพิจารณาทั้งกระบวนการทำงานและผลงานที่เกิดขึ้น ไม่ควรให้ความสำคัญเฉพาะผลงานที่สวยงามหรือถูกต้องเท่านั้น เพราะระหว่างที่เด็กทำกิจกรรม ครูสามารถสังเกตวิธีคิด ความพยายาม การแก้ปัญหา การใช้กล้ามเนื้อ การสื่อสาร และการทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ การเก็บตัวอย่างผลงานไว้หลายช่วงเวลายังช่วยให้เห็นความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของเด็กได้ชัดเจนขึ้นนอกจากนี้ยังทำให้เข้าใจว่าครูควรเปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงความสามารถในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น การวาดภาพ การประดิษฐ์ การเล่นบทบาทสมมติ การทดลอง หรือการทำงานร่วมกับเพื่อน แล้วนำข้อมูลที่ได้มาพิจารณาประกอบกับวิธีการประเมินรูปแบบอื่น เพื่อให้เห็นพัฒนาการของเด็กอย่างรอบด้านมากขึ้น และสามารถนำผลที่ได้ไปปรับการจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับเด็กแต่ละคน

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ สามารถนำความรู้เกี่ยวกับการประเมินจากผลงานและการปฏิบัติไปใช้ในการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู โดยสามารถเก็บผลงานและสังเกตกระบวนการทำกิจกรรมของเด็กอย่างเหมาะสม รวมถึงนำข้อมูลที่ได้มาใช้ติดตามพัฒนาการและวางแผนจัดกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมความสามารถของเด็กในแต่ละด้านได้ค่ะ



สิ่งที่ได้เรียนรู้จากงานเพื่อน กลุ่มที่ 6

การประเมินพัฒนาการเด็กแบบองค์รวมและการนำผลไปใช้ (Holistic Assessment & Using Assessment Results)

จากการศึกษางานของเพื่อนกลุ่มที่ 6 ทำให้ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ว่าการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยควรมองเด็กอย่างรอบด้าน ไม่ควรพิจารณาเพียงความสามารถด้านใดด้านหนึ่ง เพราะเด็กมีพัฒนาการที่เกี่ยวข้องกันหลายด้าน ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์และจิตใจ สังคม และสติปัญญา การประเมินจึงควรใช้ข้อมูลจากหลายวิธีและหลายสถานการณ์ เพื่อให้ครูเข้าใจพัฒนาการของเด็กได้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากงานของเพื่อน คือ ข้อมูลที่ได้จากการประเมินไม่ควรถูกนำมาใช้เพียงเพื่อสรุปว่าเด็กทำได้หรือทำไม่ได้ แต่ควรนำไปใช้เป็นแนวทางในการส่งเสริมและพัฒนาเด็กต่อไป ครูสามารถนำผลการประเมินมาพิจารณาว่าเด็กมีจุดเด่นในด้านใด มีด้านใดที่ควรได้รับการส่งเสริม และควรจัดกิจกรรมแบบใดเพื่อช่วยให้เด็กเกิดการเรียนรู้มากขึ้น การประเมินจึงเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการเรียนรู้ที่สามารถช่วยให้ครูปรับการสอนได้อย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของการติดตามพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง เพราะพัฒนาการของเด็กสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามประสบการณ์และสภาพแวดล้อม การเก็บข้อมูลหลายครั้งจึงช่วยให้ครูเห็นความก้าวหน้าของเด็กได้ชัดเจนมากขึ้น รวมถึงสามารถนำข้อมูลไปแลกเปลี่ยนกับผู้ปกครอง เพื่อร่วมกันหาแนวทางในการส่งเสริมเด็กทั้งที่บ้านและในสถานศึกษา ทำให้การดูแลและพัฒนาเด็กเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ สามารถนำความรู้เกี่ยวกับการประเมินพัฒนาการแบบองค์รวมไปใช้ในการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู โดยสามารถพิจารณาพัฒนาการของเด็กได้หลายด้านและนำข้อมูลจากการประเมินมาใช้วางแผนจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับความต้องการของเด็ก นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาทักษะในการวิเคราะห์ข้อมูล ติดตามความก้าวหน้า และสื่อสารข้อมูลพัฒนาการกับผู้ปกครองได้อย่างเหมาะสมค่ะ







Friday, 18 September 2026

การสังเกตพฤติกรรมอย่างเป็นระบบ

 แบบประเมินพัฒนาการ

 แบบประเมินพัฒนาการ (แบบตรวจสอบรายการ)

   วิธีการหนึ่งให้ครูเข้าใจในโรงเรียน เด็กติดตามแบบประเมินผลพัฒนาการนั้นครูสมชั้นตั้งเป้าหมายว่าต้องการจะศึกษาอะไรที่จะติดตามมาสร้างแบบประเมินผลพัฒนาการโดยอาศัยทฤษฎีพัฒนาการเป็นหลัก

            แบบประเมินผลพัฒนาการจะได้ผลดีที่สุดในช่วงควบคู่กับการสังเกตที่เห็นได้ชัดเด็กอย่างใดอย่างหนึ่งแบบประเมินผลพัฒนาการช่วยครูได้แต่ถ้าใช้แบบประเมินผลพัฒนาการที่เป็นไปได้ครูอาจไม่ทราบถึงรายละเอียดของโรงเรียนพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก

ข้อควรทราบ

        อาจารย์ตรวจสอบเพื่อตรวจสอบในเวลาเดียวกันของเด็กให้อยู่ๆ เราจะเป็นช่วงต่ำสุดหรือสูงสุด

โดยไม่ต้องใช้ Checklists

          - ประหยัดเวลาบันทึกข้อมูล

          - มีชีวิตอยู่ได้ตลอดชีวิตเพื่อทบทวนวิเคราะห์และตีความข้อมูล

          - ไม่จำเป็นต้องดำเนินการทันที

          - ไม่ใช่การปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติ

          - สามารถติดตามทิศทาง-พัฒนาการได้เป็นระยะเวลาหนึ่ง

ข้อจำกัดของการใช้รายการตรวจสอบ

          - ประเมินได้ในวงดนตรีที่จำกัด

          - คณะทบทวนสะท้อนความคิดของผู้วิเคราะห์และตีข้อมูลข่าวสาร


ที่มาจาก นางสาวพัชรี ประดุจชนม์

Thursday, 17 September 2026

การใช้แบบทดสอบ

         การใช้แบบทดสอบเป็นการทดสอบเพื่อต้องการทราบความรู้สึกของเด็กปฐมวัยโดยการสร้างสถานการณ์ ( รูปภาพ ) มาถาม แล้วให้เด็กตอบโดยเลือกรูปที่แสดงอารมณ์ต่างๆ กันทั้งนี้เพื่อประเมินความรู้สึกนึกคิดของเด็กที่มีต่อเหตุการณ์ต่างๆ เช่น แบบทดสอบประเมินพัฒนาการด้านภาษา แบบทดสอบประเมินพัฒนาการด้านสติปัญญา แบบทดสอบประเมินด้านการสังคมแบบทดสอบทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์

         เกณฑ์การเลือกแบบทดสอบ

        1. ความจำเป็นของการใช้แบบทดสอบ

        2. ลักษณะข้อมูลที่ต้องการ 

        3. ความเชื่อถือได้ ( Reliability ) และความเที่ยงตรง ( Validity ) ของแบบทดสอบ

        4. ความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมรอบตัวเด็ก

        5. ความเหมาะสมและความสะดวกที่จะนำไปใช้

         ประเภทของแบบทดสอบ

แบบทดสอบในระดับปฐมวัยแบ่ง ออกเป็น 2 แบบ

1. แบบทดสอบที่ครูสร้างขึ้น ( Teacher – made )

2. แบบทดสอบมาตรฐาน ( Standardized test )


อ้างอิงจาก นางสาวพัชรี ประดุจชนม์

การเขียนบันทึกคำพูดเด็ก

 การเขียนคำพูดเด็ก

        เป็นการเขียนเรื่องราวสั้นๆ เกี่ยวกับตัวเด็ก จากเหตุการณ์ที่มีความหมายต่อครูและเด็ก ครูอาจสังเกตจนกระทั่งเหตุการณ์ผ่านพ้นไปจึงบันทึก หรือจดบันทึกย่อๆ ขณะสังเกต ช่วยให้ครูพัฒนาทักษะการเขียน เรียนรู้เกี่ยวกับตนเอง พัฒนาความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการเรียนรู้ของเด็กได้ดีขึ้น มีความเข้าใจ เห็นภาพพจน์เด็กที่ตนสอนมากขึ้น

การประเมิน สรุป และให้ข้อเสนอแนะในการบันทึกคำพูดเด็ก

1. ความจำกัดทางด้านจำนวนคำศัพท์ การออกเสียงต่างๆ ปัญหาในการออกเสียง การเสนอแนวทางแก้ไข

2. ความสามารถในการถ่ายทอดเรื่องราว ที่ได้พบเห็น

3. การบรรยายความรู้สึกที่มีต่อสิ่งต่างๆ และบุคคลต่างๆ เช่น ความรู้สึก รัก ชอบ โกรธ เกลียด ภาคภูมิใจ

4. ความรู้ ความเข้าใจ ความสนใจ และ ความประทับใจในบทเรียนหรือเรื่องราวต่างๆ


อ้างอิงจาก นางสาวพัชรี ประดุจชนม์

การใช้แบบประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย

 เทคนิควิธีการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย

        1. การสังเกตพฤติกรรมเด็ก (Observation)   การสังเกตพฤติกรรมเด็กเป็นวิธีการวัดและประเมินผลตามสภาพจริงที่เหมาะสมกับเด็กปฐมวัยมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาเด็กทั้งด้านร่างกาย อารมณ์สังคมและสติปัญญา โดยที่ครูใช้วิธีเฝ้าดูหรือศึกษาเหตุการณ์ และพฤติกรรมต่างๆที่เกี่ยวกับเด็กในระหว่างการเรียนการสอนแล้วบันทึกพฤติกรรมตามที่เห็นและได้ยิน ไม่ใส่ความคิดเห็นส่วนตัวลงไปและการสังเกตพฤติกรรมต้องมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เข้าใจพฤติกรรมของเด็กและเพื่อประเมินพัฒนาการเด็ก

หลักทั่วไปในการสังเกตพฤติกรรมเด็ก

          1. กำหนดจุดมุ่งหมายและวางแผนการสังเกต

          2. เตรียมตัว เตรียมเครื่องมือ แบบสังเกต

          3. ควรสังเกตครั้งละ 1 คน โดยสังเกตและพัก สลับช่วงเวลา

          4. จดพฤติกรรมที่ตามองเห็นเท่านั้นถ้าต้องการแปล ตีความ ควรแยกเอาไว้

การตั้งจุดมุ่งหมายในการสังเกตพฤติกรรมเด็ก

          1. เพื่อประเมินความสามารถของเด็กค้นหาว่าเด็กมีความสามารถด้านใดและส่งเสริมพัฒนาการทุกด้าน

          2. เพื่อวางแผนส่งเสริมพัฒนาการเด็กแต่ละคนจากข้อมูลที่ได้

          3. เพื่อตรวจสอบความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง

          4. เพื่อศึกษาพัฒนาการด้านใดด้านหนึ่งให้ละเอียดมากขึ้น

          5. เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลในการแก้ปัญหา

          6. เพื่อใช้เป็นข้อมูลรายงานผู้ปกครอง ผู้เกี่ยวข้อง

          7. เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลใส่แฟ้มประวัติสำหรับแนะแนว ส่งต่อให้ชั้นเรียนที่สูงขึ้น

วิธีการสังเกตพฤติกรรมเด็ก    การสังเกตอย่างมีระบบ สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทโดยใช้เกณฑ์ คือ

          1. เกณฑ์ระบบ คือ การสังเกตแบบธรรมชาติและ การสังเกตแบบมีโครงสร้าง

          2. เกณฑ์บุคคล คือ การสังเกตโดยผู้สังเกตเข้าร่วม หรือไม่เข้าร่วมอยู่ในหมู่เด็ก

ข้อดีของการสังเกต

          1. เด็กไม่ต้องใช้ความสามารถด้านอ่าน-เขียน

          2. เด็กอยู่ในสภาพธรรมชาติ

          3. กิจกรรมประจำวันดำเนินตามปกติ

          4. ทำให้ครูได้ข้อมูลโดยตรง

          5. วิธีการเหมาะสม เป็นที่ยอมรับ

ข้อจำกัดของการสังเกต

          1. ไม่สามารถวัดความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในต้องสังเกตหลายครั้ง จึงจะเข้าใจเด็กได้

          2. ประสบการณ์ของผู้สังเกต การตั้งจุดประสงค์ในการสังเกต การตีความหมายพฤติกรรม

          3. ระยะเวลาและจำนวนครั้งในการสังเกต

          4. ทำได้ยากขณะที่ครูมีปฏิสัมพันธ์กับเด็ก

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้งานกลุ่ม (4+4)

สะท้อนการเรียนรู้งานกลุ่ม 1 sec 1

       ชุด “ของเล่นตะลุยโลกสีสันที่ความปลอดภัย” ช่วยส่งเสริมความสามารถอย่างมีสุขภาวะผู้นำทางกายของเด็กโดยผู้ตรวจสอบเด็กได้ร่างกายร่างกายผ่านการเล่นเช่นพกพาจับได้มันตามเส้นทางส่งเสริมการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่และกล้ามเนื้อมัดเล็กให้ทำงานประสานกันอีกครั้งยังเรียนรู้การดูแลและปฏิบัติอย่างเป็นทางการอย่างเป็นทางการอย่างเป็นทางการ

       จากที่เด็กพบว่ามีเด็กผู้นำและผู้เล่นสามารถปฏิบัติตามกติกาและการตรวจสอบตนเองได้สามารถเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงเพื่อค้นหาความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยตามปกติตามปกติ

     กิจกรรมการพัฒนา: ส่วนของร่างกายของกิจกรรมและระดับความยากให้เป็นไปตามที่เด็ก ๆ เพื่อให้เด็กได้ฝึกควบคุมค่ะและการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่องและทั่วถึ'


สะท้อนคิดเรียนรู้งานกลุ่ม 2 sec 1

ชุดของเล่นเพื่อให้เข้าใจพัฒนาการในด้านต่างๆ จิตวิญญาณและสื่อสังคมและการเล่นชุด “กลุ่มเป้าหมายสื่ออารมณ์” ช่วยให้ผู้เยี่ยมชมเด็กได้มองเห็นและบอกความรู้สึกผ่านการเล่นมากมายสามารถเรียนรู้และควบคุมอารมณ์ต่างๆ ได้ เช่น แสดงความเสียใจ โกรธ กลัว และความแข็งแกร่งได้ฝึกควบคุมอารมณ์และพฤติกรรม

จากการเล่นอีกครั้งได้ฝึกฝนการรอคอยเพิ่มเติมในองค์ประกอบกติกาการแบ่งปันและการเล่นที่เป็นประโยชน์ร่วมกันที่เด็กเกิดข่าวสังคมและเรียนรู้การเคารพความรู้สึกของเพื่อนครูสามารถสังเกตได้ตามปกติและรายงานเด็กเพื่อนำข้อมูลในระบบควบคุมและส่งเสริมพัฒนาการได

คำสั่งการพัฒนา: เพื่อเพิ่มสถานการณ์หรือคำถามเพื่อให้เด็กได้แสดงความเข้าใจในการควบคุมอารมณ์ของเราค่ะ


สะท้อนคิดเรียนรู้งานกลุ่ม 3 sec 1

ชุดของเล่นเพื่อประเมินพัฒนาการด้านสังคมในฐานะที่เป็นดีและความเป็นไทยชุด “ฮีโร่น้อยแยกขยะ” ช่วยส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้การเคารพต่อตนเองและส่วนรวมผ่านการเล่นและการฝึกคัดแยกขยะในที่สุดคุณจะได้เรียนรู้การรักษาความสะอาดการดูแลสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า

จากการเล่นเริ่มต้นได้ฝึกปฏิบัติปฏิบัติตามกติกาเป็นประจำทุกปีอุปกรณ์และความถี่ร่วม ส่งเสริมการมีน้ำใจการควบคุมหลักอยู่ร่วมกันในสังคมที่ให้ประโยชน์ที่ครูสามารถสังเกตเห็นได้ตามปกติในขณะที่เล่นเพื่อประเมินพัฒนาการด้านสังคมส่วนต่างๆดีได้

การพัฒนา: เพื่อเพิ่มสถานการณ์เกี่ยวกับการรักษาความสะอาดและการดูแลส่วนรวมเพื่อให้เด็กได้ฝึกนำที่เรียนรู้การควบคุมโดยรวมค่ะ


สะท้อนคิดเรียนรู้งานกลุ่ม 4 sec 1

ชุดของเล่นเพื่อให้เข้าใจถึงพัฒนาการต่างๆ ของสื่อและการเล่นชุด “โดมิโน่สนุก” เรื่อง “ชุมชนของเรา” ช่วยส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้เกี่ยวกับสถานที่บุคคลและอาจจะอยู่ในชุมชนผ่านการเล่นโดมิโน่เริ่มต้นได้เริ่มต้นเรียนรู้การรวบรวมข้อมูลภาพการคิดไปยังที่ที่จะมาถึงที่ใดก็ได้

จากการเล่นเด็กได้ใช้ทักษะการคิดและการแก้ปัญหาประกอบการฝึกหัดและความเชื่อในการต่อโดมิโน่ให้ถูกต้องเรียนรู้ยังเรียนรู้คำศัพท์และการเคลื่อนไหวของชุมชนในชุมชนสามารถเชื่อมโยงสิ่งที่เรียนรู้กับประสบการณ์ได้ตามปกติได้

ส่วนการพัฒนา: ต้องการภาพสถานที่และบุคคลในชุมชนให้ความเชื่อและหลักความยากของโดมิโน่ให้เหมาะกับเด็กแต่ละช่วงวัยเพื่อเพิ่มการคิดและการเรียนรู้ค่ะ


สะท้อนคิดเรียนรู้งาน กลุ่ม 1 sec 2

ชุดของเล่นเพื่อให้พัฒนาการต่างๆ และความสามารถด้านสุขภาวะภาวะผู้นำทางกายชุด “หนูน้อยฟันสะอาด” ช่วยส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้การประชุมเชิงปฏิบัติการและแปรงฟันอย่างถูกวิธีผ่านการเล่นละครได้ฝึกการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก และควบคุมแปรงสีฟันที่ประสานระหว่างมือกับตา

จากการเล่นสามารถเรียนรู้ขั้นตอนการแปรงฟันและการควบคุมดูแลความสะอาดของฟันและส่วนต่างๆอาจารย์สามารถเป็นขั้นตอนการดูแลตนเองและด้านด้านต่างๆ เด็กนำไปใช้ในพัฒนาการได้

การพัฒนา: การรักษากิจกรรมการควบคุมดูแลช่องปาก เช่น การควบคุมอาหารบ้วนปากเพื่อให้เด็กทราบความรู้ไปรักษาโรค...


สะท้อนคิดเรียนรู้งานกลุ่ม 2 sec 2

ชุดของเล่นเพื่อให้เข้าใจชุดพัฒนาการเป็นจิตวิญญาณและภาพลักษณ์และการเล่น “บัตรสถานะสถานะหยอดอารมณ์” ภาพยนตร์เริ่มต้นและเข้าใจอารมณ์ของตัวเองและผู้อื่นผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ ในเด็กได้ฝึกบอกความรู้สึก (ดีใจแสดงความเสียใจกลัวและจะพูดถึงอีกครั้งเกี่ยวกับเรื่องนี้ทางอารมณ์

จากการเล่นเพลินได้ฝึกคิดวิเคราะห์สถานการณ์ต่างๆ และอารมณ์ที่ควบคุมอารมณ์และความรู้สึกสามารถฝึกการรับฟังความคิดเห็นของเพื่อน การรอคอย และการเล่นร่วมกันในครูสามารถสังเกตอารมณ์ความรู้สึกและการใช้ชีวิตกับผู้อื่น



สะท้อนคิดเรียนรู้งานกลุ่ม 3 sec 2

ชุดของเล่น “ตลาดนัดไทยหรรษา” หอประเมินพัฒนาการด้านสังคมและความเป็นไทยเด็กเรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่นผ่านการเล่นสมมติเป็นส่วนใหญ่และคุณสามารถฝึกการสื่อสารการรอคอยตามปกติและวิจารณ์เรื่องนี้

จากการเล่นที่เรียนรู้ในบางครั้งเช่นการพูดจาจาอย่างเป็นทางการกล่าวขอบคุณและรู้จักต่อคิวแวร์ได้รู้จักผลิตภัณฑ์และบรรยากาศของตลาดไทยซอฟต์เด็กความเข้าใจและเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมและวัฒนธรรมไทยออดิโอไดรฟ์ที่มากขึ้นได้

การพัฒนา: เพื่อเพิ่มสภาพที่หมายถึงการรักษาความสะอาดของตลาด และการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าเพื่อส่งเสริมทรัพยากรต่อส่วนรวมและประโยชน์ของที่ดีค่ะ


สะท้อนคิดเรียนรู้งานกลุ่ม 4  sec 2

ชุดของเล่น “ อธิบายภาพเงาและเรื่องเล่าจากภาพ” เพื่อประเมินพัฒนาการต่างๆ มากมายที่เด็กได้ฝึกฝนการสังเกตการคิดและวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างภาพกับเงาคุณสามารถใช้ความทรงจำและการแก้ปัญหาในการเลือกภาพให้พูดถึงภาพเงาอย่างต่อเนื่อง

เรื่องราวการที่เด็ก เล่าเรื่องจากภาพยังคงช่วยส่งเสริมการคิดอย่างต่อเนื่องที่มีความสำคัญในการสื่อสารและการใช้ภาษาคุณสามารถแสดงความคิดเห็นและอธิบายสิ่งที่ตนเองคิดได้ครูสามารถเข้าใจความคิดและความเข้าใจของเด็กได้อาจจะผ่านการเล่น

ทิศทางการพัฒนา: บางครั้งอาจเป็นไปได้และจัดระดับความยากจากง่ายไปยากเพื่อให้เด็กได้พัฒนาทักษะการคิดเกี่ยวกับที่สังเกตได้จากเรื่องเล่าค่ะ




ทะเบียนคุมชิ้นงาน




                                                     

                                                            ทะเบียนคุมชิ้นงาน

                                      นางสาวฐิติชญา กำลังรัมย์ รหัสนักศึกษา 67121860121





                                                

การเขียนบันทึกประจำวัน

                                                             การเขียนบันทึกประจำวัน



การเขียนบันทึกประจำวัน





            การเขียนบันทึกประจำวัน


        1. เป็นการบันทึกประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในชั้นเรียน อาจเน้นเฉพาะเด็กที่ศึกษา หรือเฉพาะศูนย์การเรียนหนึ่ง ๆ

        2. บันทึกความรู้สึก ความคิดเห็นได้

        3. เป็นการสะท้อนความคิด วิเคราะห์ เหตุการณ์ การกระทำต่างๆ ของตนเอง


    ข้อดีของการเขียนบันทึก

        1. ช่วยให้ครูมีโอกาสสะท้อนความคิด และวิเคราะห์การสอนของตน

        2. ช่วยให้ครูทราบและรับรู้เรื่องราวของเด็ก เป็นรายบุคคล ครูเข้าใจเด็กมากขึ้น

        3. ทราบถึงรายละเอียดและเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้ห้องเรียนของตน


    ข้อจำกัดของการเขียนบันทึก 

         ครูต้องใช้เวลาพอสมควร ในการจดบันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชั้นเรียนของตน

เช็คชื่อเข้าเรียน


การเช็คชื่อเข้าเรียน




เช็คชื่อเดือนมิถุนายน


เช็คชื่อเดือนกรกฏาคม


เช็คชื่อเดือนสิงหาคม

                                                                 

การสัมภาษณ์


 การสัมภาษณ์ (Interview)    การสัมภาษณ์เป็นวิธีการเปิดโอกาสให้มีการสอบถามหรือสนทนาอย่างมีจุดมุ่งหมายระหว่างบุคคล 2 ฝ่ายคือ ผู้สัมภาษณ์และผู้ถูกสัมภาษณ์แล้วมีการบันทึกข้อมูลที่เป็นทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพซึ่งข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์จะสะท้อนให้เห็นถึงความรู้สึก ทัศนคติการรับรู้ของผู้ถูกสัมภาษณ์

การสัมภาษณ์ (Interview)แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ

1. การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง

ตัวอย่างแบบสัมภาษณ์ แบบมีโครงสร้าง



2. การสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้างหรือไม่เป็นทางการ

3. การสัมภาษณ์แบบกึ่งมีโครงสร้าง (เหมาะกับผู้เริ่มต้นยังไม่มีความชำนาญ)



หลักทั่วไปในการสัมภาษณ์

          1. กำหนดจุดมุ่งหมาย วางแผนการสัมภาษณ์ เรื่องอะไร? สัมภาษณ์ใคร? ต้องการทราบพัฒนาการด้านใด?

          2. เตรียมตัว-เครื่องมือ-รูปแบบคำถาม-สถานที่

          3. ในขั้นสัมภาษณ์ เป็นผู้ฟังที่ดี

          4. ยุติการสัมภาษณ์อย่างเหมาะสม

ข้อจำกัด / ข้อควรระวังของการสัมภาษณ์

          1. ใช้คำถามตรงจุดมุ่งหมาย ไม่ยากเกินไป

          2. ให้เวลาในการตอบคำถามเพียงพอ

          3. การสร้างความไว้วางใจ คุ้นเคยใช้ภาษาเหมาะสมกับวัยเด็ก

          4. การตีความ-วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้ ต้องใช้ร่วมกับข้อมูลที่ได้จากการประเมินแบบอื่นๆ



อ้างอิงจาก  นางสาวขวัญจิรา เสียงล้ำ รหัสนักศึกษา 64121860109

การสังเกตุพฤติกรรมอย่างเป็นระบบ

     

การสังเกตุพฤติกรรมอย่างเป็นระบบ


 วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลตัวเด็กอย่างไม่เป็นทางการ ใช้รวบรวมพัฒนาการทุกด้านการสังเกตเป็น การฟัง และการเฝ้าดูพฤติกรรมที่เด็กแสดงออกตามธรรมชาติ เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของเด็ก และเพื่อประเมินพัฒนาการเด็ก

        การสังเกตที่ดีควรมี: จุดมุ่งหมาย มีแบบสังเกต กฎเกณฑ์การให้คะแนนพฤติกรรมจากการสังเกต มีการจดบันทึกข้อมูลเป็นหลักฐานจนสามารถนำมาประเมินได้

การตั้งจุดมุ่งหมายในการสังเกตพฤติกรรมเด็ก

1. เพื่อประเมินความสามารถของเด็ก ค้นหาว่าเด็กมีความสามารถด้านใด และส่งเสริมพัฒนาการทุกด้าน

2. เพื่อวางแผนส่งเสริมพัฒนาการเด็กแต่ละคน จากข้อมูลที่ได้

3. เพื่อตรวจสอบความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง

4. เพื่อศึกษาพัฒนาการด้านใดด้านหนึ่งให้ละเอียดมากขึ้น

5. เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลในการแก้ปัญหา

6. เพื่อใช้เป็นข้อมูลรายงานผู้ปกครอง ผู้เกี่ยวข้อง

7. เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลใส่แฟ้มประวัติ สำหรับแนะแนว ส่งต่อให้ชั้นเรียนที่สูงขึ้น

วิธีการสังเกตพฤติกรรมเด็ก

การสังเกตอย่างมีระบบ สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทโดยใช้เกณฑ์ คือ

1. เกณฑ์ระบบ คือ การสังเกตแบบธรรมชาติ และ การสังเกตแบบมีโครงสร้าง

2. เกณฑ์บุคคล คือ การสังเกตโดยผู้สังเกตเข้าร่วม หรือไม่เข้าร่วมอยู่ในหมู่เด็ก องค์ประกอบของการบันทึกการสังเกตพฤติกรรมเด็ก แบ่งออกเป็น 3 ด้านใหญ่ ๆ คือ

            1. การบรรยายเหตุการณ์ สถานการณ์ที่เกิดขึ้น

            2. ความรู้สึกและความคิดเห็นส่วนตน

            3. การตีความแปลความหมาย การสรุปพฤติกรรม การเรียนรู้จากข้อมูลที่ได้

ข้อดีของการสังเกต

1. เด็กไม่ต้องใช้ความสามารถด้านอ่าน-เขียน

2. เด็กอยู่ในสภาพธรรมชาติ

3. กิจกรรมประจำวันดำเนินตามปกติ

4. ทำให้ครูได้ข้อมูลโดยตรง

5. วิธีการเหมาะสม เป็นที่ยอมรับ

ข้อจำกัดของการสังเกต

1. ไม่สามารถวัดความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในต้องสังเกตหลายครั้ง จึงจะเข้าใจเด็กได้

2. ประสบการณ์ของผู้สังเกต การตั้งจุดประสงค์ในการสังเกต การตีความหมายพฤติกรรม

3. ระยะเวลาและจำนวนครั้งในการสังเกต

4. ทำได้ยากขณะที่ครูมีปฏิสัมพันธ์กับเด็ก

หลักการบันทึกการสังเกตพฤติกรรมเด็ก

1. ต้องบันทึกสภาวะแวดล้อมและพฤติกรรมต่างๆ ของเด็ก และคนรอบข้างด้วย

2. รายงานตามลำดับก่อน-หลัง

3. บรรยายสิ่งที่เด็กทำได้มากกว่าที่ทำไม่ได้

4. แยกการตีความ แปลความหมายพฤติกรรมออกจากข้อมูลที่ได้จากการบันทึก



อ้างอิงจาก นางสาวพัชรี ประดุจชนม์

การทำสังคมมิติ

การทำสังคมมิติ (อ้างอิงจากแบบบันทึกและการรายงานผลฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพระหว่างเรียน 2)


การทำสังคมมิติ

การทำสังคมมิติ (Sociogram)  เครื่องมือประเมินความสัมพันธ์ในกลุ่มและความสัมพันธ์ทางสังคมของเด็กปฐมวัยแสดงรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในกลุ่ม สะท้อนโครงสร้างของสังคมในห้องเรียน

           การทำสังคมมิติให้ครูทราบ บทบาทของเด็กแต่ละคนในชั้นเรียนของตน
เพื่อนมีความรู้สึกอย่างไรต่อเขาใครเด่นที่สุด ใครชอบแยกตัวเล่นคนเดียวเด็กคู่ใดที่ต่างคนต่างชอบเล่นด้วยกัน
เครื่องมือสังคมมิติ
          นิยมใช้ 2 วิธี คือ
          1. การทายลักษณะ
          ใครเอ่ย.......?
          ใครเอ่ย หวงของเล่น?
          ใครเอ่ย ช่วยเพื่อนเก็บของเสมอ?
          2. การสร้างภาพทางสังคม
          ถ้า ....... หนูจะ .......... ?(ถ้าหนูเลือกเพื่อนที่จะมานั่งข้างๆได้หนูจะเลือกใคร?)





 



แฟ้มสะสมผลงาน

        แฟ้มสะสมผลงานเด็ก


      แฟ้มผลงานเด็ก เป็นส่วนหนึ่งของการเก็บรวบรวมและตีความข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับเด็กเพื่อใช้ในการประเมินผล ดังนั้นแฟ้ม ผลงานเด็ก ถือเป็นวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กที่มีจุดประสงค์และกระทําอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ แฟ้มผลงานเด็กช่วยให้ตัวเด็กตระหนักถึงประสบการณ์ความพยายาม ความก้าวหน้าและความสําเร็จของตนเอง

    แฟ้มผลงานเด็กจึงถือเป็นวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กที่มีจุดประสงค์และกระทําอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอแฟ้มผลงานเด็กช่วยให้ตัวเด็กตระหนักถึงประสบการณ์ความพยายามความก้าวหน้าและความสำเร็จของตนเอง ซึ่งถือเป็นพื้นฐานของการประเมินผลพัฒนาการเด็กและการจัดโปรแกรมการเรียนการสอนต่อไป   

ลักษณะของแฟ้มผลงานเด็ก

           1. สามารถยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้

           2. สามารถรวบรวมพัฒนาการและการเรียนรู้ด้านต่างๆ ของเด็ก

           3. มุ่งเน้นที่ความสามารถ หรือจุดเด่นของเด็ก

           4. เอื้อต่อการประเมินผลพัฒนาการแบบต่างๆ

           5. เด็กสามารถมีส่วนร่วมในการเลือกผลงานต่างๆ เข้ามาเก็บในแฟ้ม

           6. คํานึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลของเด็ก

           7. จัดทําขึ้นเพื่อประเมินผลได้อย่างต่อเนื่องมากกว่าที่จะจัดทําเพื่อการประเมินผลที่คงที่

           8. จัดขึ้นเพื่อเป็นแหล่งข้อมูล

ประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในการใช้แฟ้มผลงานเด็ก

           1. ผลงานเด็กจําเป็นต้องมีการปรับปรุงดัดแปลงให้เหมาะสมกับระดับพัฒนาการ

           2. การเลือกผลงานเพื่อเก็บรวบรวมใส่ในแฟ้มผลงาน

           3. แฟ้มผลงานเป็นการทบทวนสะท้อนความคิด



อ้างอิงจาก นางสางพัชรี ประดุจชนม์

สารนิทัศน์

      

สารนิทัศน์

 ปฏิบัติตามข้อมูลที่เป็นหลักฐานที่ส่วนประกอบของส่วนประกอบของพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยในการดำเนินการกิจกรรมทั้งรายบุคคลและรายกลุ่มซึ่งรายงานดังกล่าวที่กล่าวมาข้างต้นจะส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กทั้งในด้านสังคมและการรับรู้ถึงประสิทธิภาพในการสังเกตของครูด้วย

ในเรื่องการปฏิบัติสารนิเทศ

        1. พอร์ตโฟลิโอสำหรับเด็กเป็นรายบุคคล เช่น เก็บชิ้นส่วนหรือผลงานเด็กในกิจกรรมต่างๆ

        2. การสืบสวนเกี่ยวกับเรื่องราวหรือประสบการณ์ที่เด็กได้รับ

        3. การสังเกตเห็นและบันทึกพัฒนาการเด็ก เช่น ใช้แบบสังเกตพัฒนาการการค้นพบสั้น ๆ เป็นต้น

        4. ความคิดเห็นของเด็ก ๆ เป็นคำพูดหรือข้อความที่สะท้อนความรู้ความเข้าใจเชิงลึกจากการสำรวจความคิดเห็นของเด็ก ๆ ขณะทำกิจกรรมต่างๆ ของสมุนไพรบันทึกด้วยคลื่นความร้อนหรือพายุบันทึกภาพ


 อ้างอิงจาก นางสางพัชรี ประดุจชนม์

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้เรื่อง การประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย

แบบประเมิน BLOG

                

                  คลิกลิงค์ด้านล่างเพื่อประเมิน
 ลิงค์  https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfEMVWTbjXvNjzpEbrSK2PL8nualGTLVpbklbWtIvAc4c5Hdg/viewform

แนะนำตัว (ประวัติผู้ศึกษา)

 

                                                                        แนะนำตัว






  • ชื่อ นางสาวฐิติชญา กำลังรัมย์
  • ชื่อเล่น เดียร์
  • อายุ 20 ปี เกิดวันที่ 2 ธันวาคม 2548
  • กลุ่มเลือด AB น้ำหนัก 80  ส่วนสูง 170 
  • เชื้อชาติไทย สัญชาติไทย ศาสนาพุทธ
  • กำลังศึกษาที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
  • ชั้นปีที่ 3 
  • สาขาการศึกษาปฐมวัย
  • คณะครุศาสตร์
  • รหัสนักศึกษา 67121860121
  • ภูมิลำเนา บ้านบุ ตำบลลำดวน  อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์

ประวัติกรณีศึกษา

 

                                                                ประวัติกรณีศึกษา




ข้อมูลส่วนตัวของกรณีศึกษา

ชื่อ-นามสกุล เด็กชายธฤต สมาวงษ์     ชื่อเล่น  น้ององศา

อายุ 5 ปี 9 เดือน   วัน/เดือน/ปีเกิด  14 ส.ค 2562  จังหวัดที่เกิด สุรินทร์

เชื้อชาติ ไทย สัญชาติ  ไทย  ศาสนา พุทธ  ภาษาที่ใช้เป็นหลัก ภาษาไทย


ชื่อบิดา  นายชลนที  สมาวงษ์ อาชีพ ค้าขาย

ชื่อมารดา นางสาวจิตหทัย  ชาวหมู่    อาชีพ ค้าขาย

ชื่อผู้ปกครอง นางสาวจิตหทัย ชาวหมู่   อาชีพ ค้าขาย   ความเกี่ยวข้องกับนักเรียน มารดา


ที่อยู่ปัจจุบัน บ้านเลขที่ 204  หมู่ 16  หมู่บ้านเทพธานี  ตำบลสลักได   อำเภอเมืองสุรินทร์  จังหวัดสุรินทร์


                                                           ข้อมูลพัฒนาการ


พัฒนาการด้านร่างกาย

 1) น้ององศาเป็นเด็กที่มีรูปร่างสมส่วน สูง 125 เซนติเมตร และ หนัก 23 กิโลกรัม ซึ่งน้ององศา มีน้ำหนักและส่วนสูงตามเกณฑ์มาตรฐานของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

2)  จากการประเมินการใช้กล้ามเนื้อใหญ่ของน้ององศา อยู่ในระดับดี สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อมัดใหญ่ได้อย่างคล่องแคล่ว


พัฒนาการด้านอารมณ์

  1) น้ององศาเป็นเด็กที่ไม่สามารถควบคุมอารมณ์และการกระทำของตัวเอง

  2)  น้ององศาเป็นเด็กที่อารมณ์ร้อน และชอบวิ่งออกจากห้องเวลาคุณครูสอน


พัฒนาการทางด้านสติปัญญา

  1) น้ององศาเป็นเด็กที่มักจะคุยสื่อสารได้บางเรื่อง ชอบคุยคนเดียว





Monday, 14 September 2026

เรียนออนไลน์


                                                         เรียนออนไลน์วันที่ 7 กันยายน 2569




เรียนออนไลน์วันที่ 14 กันยายน 2569





เรียนออนไลน์วันที่ 31 สิงหาคม 2569



เรียนออนไลน์วันที่ 20 กรกฏาคม 2569


เรียนออนไลน์วันที่ 22 มิถุนายน 2569





 


การนำเสนอ BLOG

                                                                     การนำเสนอ BLOG                                                นางสาวฐิต...